เส้นทางเดินสายกาแฟ (ต่อ)

posted on 31 Jan 2010 07:44 by doublemacchiato

หลังจากไปเรียนบาริสต้าคอร์สแล้ว  วิชามันก้อร้อนบวกความหวังที่จะได้ทำงานชงกาแฟ ความรู้สึกตอนนั้นมันฮึกเฮิมเหลือเกิน คิดแต่สิ่งที่สวยงามวาดฝันเข้าไป แล้วผมก้อกลับบ้านที่เมืองไทยไปจัดจัดการธุระต่างๆ เพื่อเตรียมตัวกลับมาหางาน และสิ่งที่สำคัญคือไปอธิบายกับพ่อแม่ให้เข้าใจ ซึ่งเค้าอาจไม่เข้าใจแต่ก้อยอมตามใจ กลับมาถึงซิดนีย์ก้อไปลาออกร้านไทยที่เคยทำอยู่ เพื่อเตรียมตัวให้ว่าง จัดแจงพิมพ์ resume เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้ว ผมก้อเริ่มออกลุยยุทธจักรกาแฟ

                 ผมกลับมาถึงซิดนีย์ ต้นเดือนตุลาคม 2008 จากวันเริ่มเป็นสัปดาห์ เรื่อยๆมาเข้าเป็นเดือน กระดาษ resume ปริ้นท์แล้ว ปริ้นท์ อีก หมดค่าเดินทางทางอีกไม่น้อย ค่าเช่าบ้านก้อดันขึ้น ตัวเลขในบัญชีใกล้เป็นศูนย์ ต้องยังคงทำร้านไทยในบางคืนต่อไปเพื่อเอามาประทังความฝันที่แสงสว่างมัน เริ่มอ่อนลงเรื่อยๆ ปัญหาที่ได้พบเวลาเจ้าของร้านหรือผู้จัดการเค้าให้ทดลองทำงานคือ ภาษาอังกฤษอันอ่อนแอของผมเองที่มักสื่อสารไม่ค่อยได้ ปัญหาต่อมาซึ่งเป็นเรื่องใหญ่คือ กาแฟมันไม่ได้แค่มีแค่ถ้วยสองถ้วย ผมทำกาแฟช้ามากมันไม่ทัน ลาเต้อาร์ทที่คิดว่าตัวเองพอจะมีฝีมือบ้างลืมไปได้เลยครับ แค่ตีนมให้เนียนให้ทันก้อบุญแล้ว มาพร้อมกันห้าแก้วก้อ มึนงงทำไรไม่ถูก ผมยังจำได้ว่า ครั้งแรกที่เทนมแก้วแรกให้ลูกค้า(เจ้าของร้านก้อยืนมองอยู่) มือผมมันสั่นไม่หยุด ผมไปทดลองงานหลายที่มาก ได้แค่สัมภาษณ์ก็เยอะแบบว่าแค่สัมภาษณ์แล้วก้อแล้วไป บางที่แค่เห็นผมเป็นเอเชียหัวดำ มันก้อไม่เอาแล้วพร้อมกับสายตาและน้ำเสียงโคตรเหยียดทั้งๆหน้าร้านมันแปะประกาศรับสมัครแท้ๆ



" ไม่มีอะไรดีไปกว่าฝึกและฝึก ถ้าภาษาเราไม่ดี ฝีมือเราก็ต้องดี นั่นคือสิ่งที่พอจะคิดออกในตอนนั้น"

 

             ท้อมั้ย ท้อมากมายครับ มีที่นึงเป็นคาเฟ่สวยมากๆตั้งอยู่บนเนินผาเห็นวิวทะเลมุมกว้างของหาด Bondi Beach ชื่อดัง ผมนัดกะเจ้าของร้านตอนเจ็ดโมงเช้า ไปถึงร้านก้อเปิดขายมีคนนั่งบ้างแล้ว พอทักกันเสร็จเค้าก้อให้ผมทำกาแฟเลย ครั้งนี้ผมมั่นใจมาก(มือไม่สั่นแล้ว)เพราะไปฝึกงานและทดลองงานมาหลายที่จนพอจะรู้ทริก เทคนิคในการทำให้เร็วขึ้น ได้ผลครับ สิบนาทีผ่านไป เจ้าของร้านนัยตาสีฟ้าก้อเดินมาบอกมา เค้าเสียใจจริงๆแต่ร้านเค้ายุ่งมากๆ เค้าไม่สามารถให้ผมทำได้ พอเค้ารู้ว่าผมมาไกลเค้าก็ตกใจและคงรู้สึกไม่ดี ก้อไปหยิบเศษเงินมาให้เป็นค่าเดินทางและบอกว่าอยากทานอะไรก้อสั่งได้เลย ผมได้แต่บอกขอบคุณและเดินออกมานั่งบนเนินดูวิวสวยๆของทะเลสุดลูกหูลูกตายามเช้า และนั่นก็เป็นครั้งแรกที่ผมไม่สามารถกลั้นน้ำตาได้อีกแล้ว

 



" มุมหนึ่งของ Bondi beach"

 

           แต่กำลังใจที่ได้จากแม่และคนรัก มันคอยดันไม่ให้ความฝันมันล้มลง แล้ววันนึงผมก้อมาถึงจุดวัดใจ พูดไปเหมือนมีใครมาแกล้งลองใจ       พี่คนไทยที่สนิทกันมากแกทำงานร้านพวกขนมพาย แกจะให้ไปทำงานแทนแกเพราะแกจะไปเปิดร้านร้านอาหารไทย เอาด่วนแบบว่าไปลองงานกะแกวันรุ่งขึ้นเลย รายได้ก้อจัดว่าดี การันตีได้งานชัวร์ พี่คนไทยอีกคนที่เป็นบาริสต้าขั้นเซียนคนนึงแกก้อแนะนำร้านกาแฟที่แกเคยทำมาเอาด่วนเหมือนกัน เจ้าของเป็นแขก ไม่การันตีแล้วแต่ฝีมือ       ผมขอพี่คนแรกว่าขอไปลองงานกาแฟดูก่อนขอให้แกช่วยกั๊กไว้ ผมไปลองงานวันแรกสามชั่วโมง ไม่จ่ายเงิน ไม่เป็นไรกุยอมมึง มันก้อบอกว่าอยากให้มาลองอีกวัน มันให้เหตุผลว่า ร้านมันมีรายละเอียดเยอะอยากให้มาเรียนรู้อีกหน่อย .....        เอาละสิ ดันพร้อมกันเลย ผมก็อธิบายให้มันฟังว่า มีงานอีกที่รออยู่อยากให้ช่วยบอกเลยว่าจะรับไหม มันก้อบอกมาว่ามาไม่ได้ก้อไม่เป็นไร มันจะหาคนใหม่
ครั้งนั้นเป็นการตัดสินใจลำบากที่สุดครั้งนึง ถ้าเป็นตอนเริ่มหางานบาริสต้าใหม่ๆรับรองว่าตัดสินใจได้ง่ายมาก พรุ่งนี้ผมควรจะไปที่ไหนดี ร้านพายจ่ายโอเค งานดีสบาย ไม่กดดัน การันตียังไงก้อได้ทำ ร้านกาแฟไม่มีอะไรมารับรองว่าจะได้ทำงานหรือเปล่า เจ้าของแขกขี้หงุดหงิดชอบกดดันอีก แต่มันเป็นงานที่เรามุ่งหวังจากบ้านมาหาทำเองนิ ตอนนั้น ความท้อแท้ ความเหนื่อย ความกดดัน มันมาเกาะตัวหนาขึ้นเรื่อยๆ ผมลืมเล่าให้ฟังอย่างนึง คือผมยืมเงินของญาติแฟนเพื่อเป็นทุนกลับมาหางานบาริสต้าที่ Australia ประมาณ แสนกว่าบาท นั่นคืออีกสิ่งนึงที่เป็นแรงกดดันอยู่

Photobucket

"นี่เป็นเครื่องชงกะอุปกรณ์ที่ขอยืมพี่เชพที่เคารพนับถือ มาฝึกซ้อมมือที่บ้าน ช่วงที่ยังคงหางาน
ยี่ห้อ Isomac"

 

edit @ 2 Feb 2010 17:49:35 by DblMac

Comment

Comment:

Tweet

Thanks for the article. I read the above post.

#9 By Chicgraphic on 2012-03-30 22:57

ตอนนั้นผมก็กำลังจะสมัครเรียนกับอ.ปอ แต่วันเปิดคอร์ส ของเค้า 2 weeks แรก ผมต้องกลับมาไทย เนี่ย แล้วกว่าจะจบรอบ แล้วเปิดคอร์สใหม่ ก็นานอยู่ ผมเลยไม่ได้เรียนเลย
คิดแล้วเซ็ง....ทำไมตอนอยู่ที่นั่นผมไม่เริ่มลงมือ เพิ่งจะมาคิดได้ตอนอยู่ไทยแล้ว

#5 By Minkhexs (58.8.92.133) on 2010-02-05 09:29

ไม่มีอะไรดีไปกว่าฝึกและฝึก เฮ้ยกูชอบคำนี้วะ....สู้ๆเว้ยเพื่อน...สู้ๆ....โตขึ้นมากเลยนะเนี่ยเพื่อนกูsurprised smile surprised smile

#4 By The Hand on 2010-02-02 22:26

ถูกครับ ผมเรียนกะ อ.ปอ ครับ

#3 By DblMac on 2010-02-02 16:41

ติดตามตอนต่อไปนะ big smile

#2 By caffeineaddict on 2010-02-01 23:48

เรียนบาริสต้า คอร์ส กับ อาจารย์ ปอ ปะครับนี่(ถูกเปล่าหว่า ผมเริ่มจำไม่ได้แล้ว)

#1 By Minkhexs (61.90.9.35) on 2010-02-01 18:58